เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วย Agile process

Published: (January 15, 2026 at 01:28 AM EST)
2 min read
Source: Dev.to

Source: Dev.to

Agile คือ

Agile เป็นแนวคิดและกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เน้นการทำงานเป็นรอบสั้น ๆ (Sprint) เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น

ความแตกต่างระหว่าง Waterfall และ Agile

Waterfall

  • ขั้นตอนการทำงานเป็นลำดับต่อเนื่อง: Analysis → Design → Implementation → Testing → Deployment → Release & Maintenance
  • ผลลัพธ์สุดท้ายจะปรากฏให้ลูกค้าเห็นหลังจากกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น
  • เวลาและต้นทุนไม่ถูกกำหนดคงที่ หากลูกค้าต้องการเปลี่ยนแปลงอาจต้องเพิ่มเวลาและต้นทุน

Agile

  • แบ่งงานเป็นรอบสั้น ๆ (Sprint) โดยทำการ Re‑plan ซ้ำ ๆ ระหว่างรอบ
  • การทดสอบและการพัฒนาเกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
  • ผลลัพธ์ของแต่ละ Sprint เป็น “Knowledge” และ “Practice” ที่ช่วยให้ทีมเรียนรู้และปรับปรุงต่อไป

ประวัติการทำงานของ Agile

  • Individuals and Interactions – เน้นคนและการสื่อสารเป็นหลัก
  • Agile Manifesto มี 12 หลักการ (Agile Principles) เช่น Continuous Delivery: ส่งมอบคุณค่าลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Framework ของ Agile

Scrum (ยอดนิยมอันดับ 1)

  • ทำงานเป็น Sprint ระยะ 1‑4 สัปดาห์
  • บทบาท
    • Product Owner (PO) – กำหนดว่า “จะทำอะไร” และจัดลำดับความสำคัญของงาน
    • Scrum Master – เคลียร์อุปสรรคและดูแลให้ทีมทำตามกระบวนการ Scrum
    • Development Team – ผู้ลงมือทำ (เช่น นักพัฒนา Go)
  • พิธีกรรมสำคัญ
    • Daily Stand‑up (ประชุมเช้า 15 นาที)
    • Sprint Planning
    • Sprint Retrospective

Kanban

  • เน้นการไหลของงาน (Flow) โดยไม่มีการแบ่งรอบเวลาแบบ Sprint
  • จัดการ Work in Progress (WIP) ไม่ให้มากเกินไป
  • ใช้ Kanban Board: To Do → Doing → Done
  • เหมาะกับงาน Support, Maintenance หรือทีมที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง

XP (Extreme Programming)

  • เน้นคุณภาพของโค้ดอย่างสุดโต่ง
  • เทคนิค
    • Pair Programming – เขียนโค้ด 2 คนต่อ 1 จอ
    • Test‑Driven Development (TDD) – เขียน Test ก่อนโค้ดจริง (Go มี testing package ที่ดี)
    • Refactoring – ปรับปรุงโค้ดอย่างต่อเนื่อง

Lean Software Development

  • ตัดส่วนเกิน (Eliminate Waste) ที่ไม่สร้างมูลค่าให้ลูกค้า เพื่อให้ส่งมอบเร็วที่สุด

Scaling Agile (สำหรับองค์กรใหญ่)

  • SAFe (Scaled Agile Framework) – จัดการ Agile ระดับบริษัทใหญ่
  • Spotify Model – แบ่งทีมเป็น Squads, Tribes, Chapters, Guilds เพื่อความเป็นอิสระของทีม

หลักการส่งมอบผลิตภัณฑ์สู่ลูกค้า (Release Product)

  • ส่งมอบคุณค่าอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบความพึงพอใจของลูกค้าในแต่ละรอบ
  • ใช้การทดสอบและการรับฟัง Feedback เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่อไป

การวางแผนการทำงานแบบ Agile

  1. Product Owner (PO) คุยกับลูกค้า/ผู้ใช้เพื่อรับโจทย์
  2. PO นำโจทย์มาหารือกับทีมและจัดทำ Product Backlog / Sprint Backlog
  3. เขียน Agile Project Charter ประกอบด้วย Vision, Mission, Success Metrics
  4. PO สร้าง User Story จากมุมมองของผู้ใช้
  5. สร้าง Kanban Board (Todo / Doing / Done) เพื่อจัดการงาน
  6. ในการเริ่ม Sprint PO เลือก User Story จาก Product Backlog มาวางในช่อง Todo และจัดลำดับความสำคัญ
  7. PO ประกาศ Sprint Goal – สิ่งที่ต้องทดสอบและส่งมอบภายใน Sprint
  8. ทีมเขียน Task ย่อยสำหรับแต่ละ User Story
  9. กำหนด Story Points ด้วยการ Estimate (เช่น Planning Poker)
  10. ทำ Sprint Burndown Chart
    • แกน X: จำนวน Task
    • แกน Y: จำนวนวันทำงาน
    • เส้นสีน้ำเงินเป็น Benchmark, เส้นสีแดงเป็น Actual
    • หากเส้นสีแดงสูงกว่า Benchmark มาก แสดงว่ามีงานค้างมาก ทีมต้องปรับแผน
  11. ทำ Backlog Refinement เมื่อถึงครึ่ง Sprint เพื่อตรวจสอบและอาจ Re‑plan
  12. จัด Daily Stand‑up ทุกวัน ไม่เกิน 15 นาที
  13. ดำเนิน Sprint Review (Product Demo) หลังจบ Sprint
  14. ทำ Retrospective (Less of / More of / Keep doing / Start doing / Stop doing) เพื่อสรุปการเรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการต่อไป
Back to Blog

Related posts

Read more »

The Empty Promise of Agile Simplicity

The Problem with Agile Simplicity > “Agile in one sentence: Inspect and adapt.” > Or maybe “Deliver value early and often.” Every consultant has an elevator pi...